ข้อมูลทั่วไปของจังหวัดพิจิตร

จังหวัดพิจิตรอยู่ห่างจากกรุงเทพ ฯ โดยทางรถยนต์ตามทางหลวงหมายเลข 117 เส้นทางผ่านอำเภอเมืองจังหวัดนครสวรรค์เข้าแยกอำเภอสามง่ามระยะทาง 347 กิโลเมตร และเส้นทางผ่านอำเภอตากฟ้าจังหวัดนครสวรรค์ ผ่านอำเภอดงเจริญและอำเภอทับคล้อ เข้าแยกอำเภอสากเหล็กระยะทาง 354 กิโลเมตร และโดยรถไฟระยะทาง 351 กิโลเมตร

สัญลักษณ์เมืองพิจิตร
ต้นไม้  :        ต้นโพธิ์
ดอกไม้ :       ดอกบัว
ผลไม้  :        ส้มโอ
สัตว์   :        จระเข้

คำขวัญจังหวัดพิจิตร
ถิ่นประสูติพระเจ้าเสือ แข่งเรือยาวประเพณี
พระเครื่องดีหลวงพ่อเงิน เพลิดเพลินบึงสีไฟ
ศูนย์รวมใจหลวงพ่อเพชร รสเด็ดส้มท่าข่อย
ข้าวเจ้าอร่อยลือเลื่อง ตำนานเมืองชาละวัน

ธงประจำจังหวัดพิจิตร
ธงประจำจังหวัดพิจิตร มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า แบ่งเป็น 5 แถบ
ใช้สีเขียวเข้ม 3 แถบสลับด้วยสีขาว 2 แถบ

ตราประจำจังหวัดพิจิตร ประกอบด้วยภาพสระและต้นโพธิ์
ภาพสระ หมายถึง เมืองสระหลวง ซึ่งเป็นชื่อเดิมของจังหวัด ตามพงศาวดารเหนือ กล่าวว่าเมืองนี้เป็นเมืองโบราณ
สมัยขอมและเป็นหัวเมืองเอกตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย มีพญาโคตรบองเป็นผู้สร้างเมือง
ต้นโพธิ์ หมายถึง วัดโพธิ์ประทับช้างซึ่งเมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเสด็จพระราชดำเนินกลับจาก สงคราม
เมืองเชียงใหม่   ได้นำราชธิดาเมืองเชียงใหม่มาด้วยและพระราชทานให้แก่พระเพทราชา ต่อมานางได้ประสูติบุตรชาย บิดาให้นามว่า “เจ้าเดื่อ” และได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินครองกรุงศรีอยุธยา ทรงพระนามว่า สมเด็จพระสรรเพชรณ์ ที่ 8 หรือพระพุทธเจ้าเสือหรือหลวงสรศักดิ์ ระหว่างครองกรุงศรีอยุธยานั้น พระองค์ได้ เสด็จไปคล้องช้างเมืองพิจิตร เลยไปเยี่ยมมาตุภูมิเดิมที่หมู่บ้านโพธิ์ประทับช้าง โปรดเกล้าฯให้สร้างพระอารามขึ้นที่ตำบลโพธิ์ประทับช้าง

พื้นที่ของจังหวัด
จังหวัดพิจิตรมีพื้นที่ 4,531.014 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 2,831,883 ไร่
เขตติดต่อ
จังหวัดพิจิตรมีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียงดังนี้
- ทิศเหนือ ติดต่อกับ จังหวัดพิษณุโลก
- ทิศตะวันออก ติดต่อกับ จังหวัดเพชรบูรณ์
- ทิศใต้ ติดต่อกับ จังหวัดนครสวรรค์
- ทิศตะวันตก ติดต่อกับ จังหวัดกำแพงเพชรและจังหวัดนครสวรรค์

ลักษณะภูมิประเทศ
                 สภาพพื้นที่เอื้ออำนวยต่อการเกษตร พื้นที่ทั่วไปเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง
ประมาณ 30 เมตร ทางด้านตะวันออกมีความลาดเอียงไม่เกินร้อยละ 2 ส่วนที่ต่อเนื่องกับจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นที่ ราบสูง ความลาดเอียงร้อยละ 2 - 10 มีแม่น้ำสายสำคัญไหลผ่าน 3 สาย ได้แก่แม่น้ำน่าน แม่น้ำยมและแม่น้ำพิจิตรใช้เป็นเส้นทางคมนาคมแต่โบราณ ทำให้เมืองพิจิตรเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มาแต่ก่อนยุคสุโขทัย และยังมีหลักฐานปรากฏตราบทุกวันนี้  ในด้านเศรษฐกิจมีบทบาทในฐานะเป็นแหล่งปลูกข้าวที่สำคัญของประเทศ

การปกครอง

จังหวัดพิจิตรแบ่งการปกครองออกเป็น 12 อำเภอ  คือ
1. อำเภอเมืองพิจิตร
2. อำเภอตะพานหิน
3. อำเภอบางมูลนาก
4. อำเภอโพธิ์ประทับช้าง
5. อำเภอโพทะเล
6. อำเภอสามง่าม
7. อำเภอวังทรายพูน
8. อำเภอทับคล้อ
9. อำเภอบึงนาราง
10.อำเภอดงเจริญ
11.อำเภอสากเหล็ก
12.อำเภอวชิรบารมี

แหล่งน้ำตามธรรมชาติ
ประกอบไปด้วย แม่น้ำ ลำคลอง หนองบึง ดังต่อไปนี้

แม่น้ำน่าน
ไหลผ่านอำเภอเมืองพิจิตร  ตะพานหิน   บางมูลนาก   มีคลองใหญ่รับน้ำไหลลงสู่แม่น้ำน่าน 7 คลอง   แม่น้ำน่านไหลผ่านพิจิตรความยาวทั้งสิ้น 79 กิโลเมตร ปริมาณน้ำไหลสูงสุด 1,040   ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที พื้นที่ในลุ่มน้ำประมาณ 2,602 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 1,626,250 ไร่

แม่น้ำยม
ไหลผ่านอำเภอสามง่าม โพธิ์ประทับช้าง และโพทะเล มีคลองใหญ่รับน้ำไหลลงสู่แม่น้ำน่าน 7 คลอง แม่น้ำยมไหลผ่านพิจิตรความยาวทั้งสิน 124 กิโลเมตรปริมาณน้ำไหลสูงสุด 900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พื้นที่ในลุ่มน้ำประมาณ 2,046 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 1,278,750 ไร่

แม่น้ำวังทอง
เป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำน่านโดยมีต้นกำเนิดจากจังหวัดเพชรบูรณ์แล้วไหลลงสู่แม่น่านที่บ้านท่าฬ่อ ตำบลท่าฬ่อ อำเภอเมืองพิจิตร

แม่น้ำพิจิตร
          มีลักษณะตื้นเขิน อยู่ระหว่างแม่น้ำน่านกับแม่น้ำยมมีความยาว 127 กิโลเมตร ไหลผ่านอำเภอเมืองพิจิตร อำเภอโพธิ์ประทับช้าง อำเภอตะพานหินแล้วบรรจบแม่น้ำยมที่บ้านบางคลานอำเภอโพทะเล   แม่น้ำสายนี้ตื้นเขินมากและมีฝายกั้นน้ำเป็นช่วง ๆ เพื่อใช้ในสวนผลไม้ ขณะนี้กรมโยธาธิการและผังเมือง กำลังขุดลอกคลองตามโครงการพัฒนาแม่น้ำพิจิตรนอกจากแม่น้ำที่กล่าวมาแล้ว ยังมีแหล่งน้ำผิวดินที่มีลักษณะเป็นหนอง บึงอีกจำนวน 134 แห่ง คิดเป็นพื้นที่ในฤดูฝน  เฉลี่ย 9.14 ตารางกิโลเมตร หรือ 11,962.5 ไร่    บึงส่วนใหญ่มีลักษณะตื้นเขินมี  ความลึกเฉลี่ย 0.40 -1.00 เมตร บึงที่มีน้ำขังใช้ได้ตลอดทั้งปีมีอยู่จำนวน 16 แห่ง ในเขตอำเภอโพทะเล และอำเภอเมือง เช่น บึงสีไฟ บึงช้าง บึงคันไถ บึงน้อย บึงทับหมัน บึงนาราง บึงสนุ่น หนองระแวงหนองแม่ลาดและหนองหลวง เป็นต้น